Jojo's profileไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 18

    ประโยคที่ใช้บอกเลิกกัน (แบบงงๆ)

     
    1."เราต่างกันเกินไป" (แหมประโยคนี้ทำให้ต้องถามกลับว่าแล้วเธอมาจากดาวไหนล่ะ?)
    2."เราไปด้วยกันไม่ได้หรอก" (จะไปไหนเหรอ?ถึงไปด้วยกันไม่ได้)
    3."ยังมีคนอื่นที่ดีกว่าฉันนะ" (แน่ น้อนนน! รู้อยู่แล้ว)
    4."เธอไม่ใช่" (ไม่ใช่อารายเหรอ?)
    5."เธอไม่ใช่คนนั้น" (อืม....แล้วคนไหนล่ะ?)
    6."ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะ" (ดี ไม่เปลือง)
    7."ฉันอยากมีพี่ชาย(น้องสาว)" (ผมไม่อยากได้น้องสาวนี่,ฉันไม่ได้อยากมีพี่ชาย)
    8."ฉันชอบเธอแบบพี่ชาย(น้องสาว) มากกว่า" (งั้นผมคงเป็นพี่ชายคนที่8 ของเธอ,ฉันคงเป็นน้องสาวคนที่ 9 ของเธอ)
    9."มันสายไปแล้วล่ะ" (จริงๆน่าจะจบกันตั้งนานแล้วนะ ฮ่าๆ)
    10."เราจบกันแค่นี้นะ" (อ้าว! แล้วจะให้จบแค่ไหนล่ะ)
    11."เธอเป็นคนดีเกินไป" (ชอบคนเลวหรอกเหรอ)
    12."เธอก็น่าจะรู้" (ฉันไม่ได้มีพลังจิตอ่านใจคนได้นี่)
    13."เธอไม่เข้าใจฉัน" (แล้วจะให้เข้าไปทางไหนล่ะ)
    14."เราเป็นแค่เพื่อนกันดีกว่านะ" (เพื่อนมีเยอะแล้ว.....เพื่อนมีเยอะแล้ว)
    15."เธอตัดใจซะเถอะ" (ตัด ก็ตายดิ)
    16."เราเหมือนเส้นขนานกันนะ" (เส้นขนานอย่างน้อยก็ไปด้วยกันได้)
    17."นึกถึงความจริงบ้างซิ" (แล้วนี่ฉันฝันอยู่หรือไง)
    June 20

    34 หลักฐานที่แสดงว่าคุณคือคนไทย 100%

     
    ไม่ต้องควักบัตรประชาชน ไม่ต้องร้องเพลงชาติพิสูจน์ ถ้ามีคุณสมบัติต่อไปนี้
    แสดงว่าคุณคือคนไทยแน่ๆ


    1.
    คุณรู้จักอาหารไทยชนิดอื่นที่ไม่ใช่ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ต้มข่า


    2.
    คุณจะโกรธมากถ้าใครเอาเท้าชี้ของให้คุณดู

    3.
    เวลามีฝรั่งมาถามทางคุณจะมีอาการหน้าซีด เหงื่อตก และรีบมองหาตัวช่วย

    4.
    เวลาเห็นคนแซงคิว คุณจะนึกด่าอยู่ในใจ แต่ถ้ามีโอกาส คุณก็แซงคิวเหมือนกัน

    5.
    ในชีวิตคุณ ต้องเคยดูละครอมตะ บ้านทรายทอง คู่กรรม และดาวพระศุกร์มาแล้ว อย่างน้อย 1 ครั้ง

    6.
    คุณรู้ชื่อจริงๆของเมืองหลวงไทยคือกรุงเทพฯ ไม่ใช่แบ็งคอก(Bangkok)

    7.
    ไม่มีอะไรแก้เมื่อยให้คุณได้ดีกว่าการนวดแผนโบราณ


    8.
    พนักงานสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ให้บริการคุณแบบขอไปที

    9.
    คุณแยกออกว่าหน้าตาของคนไทย จีน ญี่ปุ่น ลาว ต่างกันอย่างไร

    10.
    คุณรักในหลวง

    11.
    คุณใส่เสื้อสีเหลืองทุกวันจันทร์ และหาเสื้อสีชมพูมาใส่อีกตัว

    12.
    คุณรู้ว่าสงกรานต์หมายถึงวันหยุดยาวประจำปี

    13.
    เวลาจะแต่งงาน คุณยังขออนุญาตพ่อแม่อยู่เลย

    14.
    ถ้ามีคนเอาคุณไปเปรียบกับสัตว์ เช่น ควาย สุนัข ตัวเงินตัวทอง คุณจะโกรธมาก

    15.
    เวลาสั่งกับข้าว ถ้าคิดอะไรไม่ออก คุณจะสั่งผัดกะเพราะกับไข่ดาวโดยอัตโนมัติ

    16.
    คุณรู้ว่าหมาข้างถนนคือเจ้าพ่อประจำซอย และถ้าถูกมันไล่ คุณก็ไม่คิดจะยืนรอด่าเจ้าของมัน

    17.
    ชื่อของคุณยาวมาก จนชาวต่างชาติเรียกไม่ถูก

    18.
    คุณซื้อน้ำที่ใส่ถุงพลาสติกกินได้ โดยไม่กลัวเชื้อโรค

    19.
    เวลาตัวอิจฉาในละครกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง ทำตาถลน หรือตบกันทั้งเรื่อง เป็นอะไรที่อินมากสำหรับคุณ

    20.
    ต่อให้ของชิ้นนั้นราคาถูกแสนถูก แต่ยังไงคุณก็ต้องขอต่อหน่อยล่ะ

    21.
    เวลาเด็กเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ คุณจะมองหาเครื่องปรุงทันที

    22.
    คุณกินส้มตำที่ใส่พริกมากกว่า 1 เม็ด

    23.
    และโซ้ยปลาร้าได้อย่างแซ่บอีหลี

    24.
    คุณไปทำงานสายประจำ.... แต่ไม่เป็นไร เพราะเจ้านายคุณก็สายเหมือนกัน

    25.
    หนังเรื่อง 'ตำนานสมเด็จพระนเรศวร' มีผลต่อจิตใจคุณ มันทำให้คุณเห็นถึงความแตกแยก

    26.
    คุณหัวเราะให้กับมุขตลกคาเฟ่ทั้งหลาย

    27.
    เวลาทานแฮมเบอร์เกอร์ ถึงจะอิ่ม แต่คุณจะไม่สบายท้องเหมือนกินข้าว

    28.
    ถ้าพูดถึงการทำลายสถิติโลก คุณจะคิดถึงข้าวหลามที่ยาวที่สุดในโลก หอยทอดกระทะใหญ่ที่สุดในโลก ธูปที่ยาวที่สุดในโลก อะไรพวกนี้แหละ

    29.
    คุณไม่เคยคิดอยากลองขี่ควายเลย

    30.
    คุณจะรู้สึกเอ็นดูทันที ถ้าฝรั่งคนหนึ่งบังเอิญไหว้แบบไทยได้สวยอ่อนช้อย

    31.
    เวลาดูหนัง พอภาพในหลวงปรากฎขึ้นบนจอ คุณจะลุกขึ้นยืนโดยอัติโนมัติ

    32.
    สาวสวยไสตล์ที่ราบสูงซึ่งฝรั่งปลื้มกันนักหนา ไม่ใช่คนสวยในสายตาคุณ

    33.
    ถ้าได้ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ลิ้นคุณจะแข็ง จนพูดไทยไม่ชัดแล้ว

    34.
    แต่ภาษาอังกฤษของคุณก็ไม่ชัดเหมือนกัน
     
    June 18

    พิมพ์เร็วๆ ก็มีฮาได้นะ

     

    • 'ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'
     
    • 'แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า
    ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
     
    • 'กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง
    ไม่ค่อยจะอมใครง่าย ๆ'
     
    • 'มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก
    ผมจะสอยเธอยังไงดีครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
     
    • 'สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุน ห ม อ ย -->นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะรู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ '
     
    • 'ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
     
    • 'ถ้าพิจารณาความเสี่ยวแล้วคาดว่าคุ้มถ้าลงทุนต่อไป'
     
    • 'เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
    ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
     
    • 'เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
     
    • 'อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ
    แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ'
     
    • 'ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ
    ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน
    ๆไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
     
    • 'พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ
    เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
     
    • 'อาจารย์คะ ปีนี้ข้อสอบวิทย์จะเน้นอกเรื่องอะไรคะ หนูจะได้เตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ'
     
    • 'ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย
    วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายคน

    สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'
     
    • 'ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย
    แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
     
    • 'ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมาเปล่า
    ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
     
    • 'หนูแอบชอบเค้าอยู่ ทำไงหนูถึงจะได้รูถ่ายของเค้าคะ'
     
    • 'แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6'
    นี่จะเล็กไปมั้ยครับ'
     
    • 'จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ
    อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'

     
    June 06

    เรื่องเล่าเช้านี้..


    ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วบอก  เภสัชกร  ว่า  "ขอซื้อถุงยางหน่อยครับ ผมจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านแฟนคืนนี้อาจมีเฮก็ได้"  เภสัชกรก็ยื่นถุงยางให้ชายหนุ่ม ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากนอกร้าน  ชายหนุ่มก็หันหลังกลับมาพร้อมบอกว่า "ผมขอซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเพราะว่าน้องสาวของแฟนผมก็น่ารัก  เวลาเจอผม เธอมักจะไขว้ขาให้ท่า  ผมว่าผมอาจโชคดี" เภสัชกร ยื่นถุงยางให้ชิ้นที่สอง ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินออกจากร้านเขาก็หันกลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า  "เออ..ผมว่าผมขออีกอันดีกว่า เพราะว่าแม่ของแฟนผมก็ยังสวยน่ารัก เวลาเจอกันเธอชอบสบตาผม นอกจากนี้เธอเป็นคนเชิญผมไปทานข้าวเย็นเผลอ ๆ อาจมีอะไรก็ได้" ระหว่างอาหารเย็น ชายหนุ่มนั่งตรงกลางระหว่างแฟนและน้องสาว ส่วนแม่แฟนนั่งตรงข้ามกัน      เมื่อพ่อของแฟนกลับมา …ชายหนุ่มก็เริ่มสวดมนต์ก่อนอาหารเย็น"ขอพระเจ้าประทานพรและขอบคุณ สำหรับ อาหารมื้อนี้" สองสามนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังก้มหน้าสวดมนต์อยู่  "ขอขอบคุณพระเจ้า สำหรับอาหารมื้อนี้   " สิบนาทีผ่านไป ชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดสวด  มัวแต่ก้มหน้าทุกคนในโต๊ะอาหารรู้สึกแปลกใจ  แฟนสาวจึงกระซิบ บอกชายหนุ่มว่า "ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้  "ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงสั่นเครือ…….”

     

    ……"ผมไม่รู้ว่าพ่อคุณเป็นเภสัชกร" …….

    นิทานลูกเขยแสนดี..

    เรื่องมันมีอยู่ว่า........ผมเป็นผู้ชายที่โชคดี    ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว..และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน พ่อแม่ของผม คอยช่วยเหลือเราในทุกๆ ทาง    เพื่อน ๆ ก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ   ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ?    เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ แต่มันมีอยู่อย่างหนึ่ง  ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน ให้ตายเถอะ.. สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือน้องสาวของแฟนผมนั่นเอง     เธออายุ 21 ปี  และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะ ตัวสั้นจู๋ เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ ๆ ผม   เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที   ผมรู้ว่าเธอจงใจ  เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย   มีอยู่วันหนึ่ง   น้องสาวแฟนผม   ก็โทรมาหาผม และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน   พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า   เธออยู่บ้านคนเดียว   เธอกระซิบที่ข้างหูผมว่า   อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว   เธอเองมีความรู้สึก และความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้   และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย    เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม   แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนที่ผมจะแต่งงาน    และใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ …..ผมช็อคไปเลย??/?   พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว      เธอบอกว่า   เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน      ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่า ก็ให้ตามเธอขึ้นไป ………ผมนิ่งอึ้งไปหมด    และมองเธอก้าวขึ้นบันไดไป       พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด ……เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออก.....    แล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม ......   ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน….และไม่รอช้ารีบเปิดประตูบ้านออกไป   เดินตรงไปที่รถทันที  แต่สิ่งที่ผมพบ คือว่าที่พ่อตาของผม   กำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา   เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า "พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบเล็กน้อยครั้งนี้มาได้   เราคงหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้วล่ะ     ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา" . ........ นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า........

    ..... จงเก็บถุงยางอนามัยไว้ในรถของท่านเสมอ…………


    "คนที่เรารัก" VS "คนที่รักเรา"

     

    คนที่เรารัก . . .คือคนที่ใช่สำหรับเรา

    แต่บางครั้ง. . .เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

    แต่เขา. . .กลับมองเราอย่างใส่ใจ

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

    แต่แท้จริงแล้ว. . . เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

    แต่เขา. . .กลับพยายามทำความรู้จักเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

    แต่สิ่งที่เราให้ . . . เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

    แต่เขา. . .กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

    แต่เวลาเราทุกข์. . . เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

    แต่เวลาทุกข์. . . เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

    คนที่เรารัก. . .คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

    แต่ที่แย่กว่าคือ. . . ตลอดมา "เขาไม่ได้รักเรา"

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

    แต่มีสิ่งหนึ่ง. . .บอกให้รู้ว่า . . . "เขารักเรา"

     

    June 05

    เค้าเล่ากันว่า..

     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
    ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
    ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
    ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
    ผู้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
    ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
    ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
    ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
    ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
    ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
    ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
    ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
    ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดี และมีสตางค์
    มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา
    ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
    ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
    ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา
    มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
    ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อาย
    และกลัวการเริ่มต้น
    ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
    ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
    ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
    ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
    ผู้หญิงที่ไม่โง่ รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลา ทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว
    เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว
    เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ
     
     
    เค้าเล่าว่า...
    ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
    จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา หลังจากนั้น
    เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ
    จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น
    เพื่อจะไปหาผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงที่ดีมีแฟนคนเดียว
    ผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี
    และเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
    ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี
    และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
    ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามีใช้เงินของสามี...
    และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
    ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามีใช้เงินของสามี
    เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วเริ่มหาสามีใหม่..
    June 04

    วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงาน 9 ประเภท

     

          ในองค์กรหนึ่งๆ ย่อมมีพนักงานที่มีพื้นฐานชีวิตหลากหลายแตกต่างกัน การจะทำงานร่วมงานกันให้ได้อย่างราบรื่นจึงต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน ต่างคนต่างพยายามปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน ก็จะทำให้เข้าใจกันและลดปัญหาความขัดแย้งลงได้ มาดูวิธีปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน 9 ประเภทต่อไปนี้

    1. ยืนหยัดเป็นฝ่ายค้าน

      คนประเภทนี้กลัวการเปลี่ยนแปลง จึงต้องคัดค้านเอาไว้ก่อน เช่น เมื่อการเสนอความคิดใหม่ๆ ก็จะปฏิเสธและเลือกที่จะใช้รูปแบบเดิมมากว่า เช่น ให้พิมพ์งานด้วยคอมพิวเตอร์ก็มักจะบอกว่าเขียนเอาก็ได้ ให้ส่งอีเมลก็ยืนยันที่จะส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้น
      วิธีรับมือ ให้เวลาเขาได้เรียนรู้ประโยชน์ของที่สิ่งเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เขาค่อยๆ ยอมรับและเริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเขาเอง

    2. เช้าชามเย็นชาม
    3. คนประเภทนี้ทำงานแบบย่ำอยู่กับที่ เรื่อยๆ ไปวันๆ อาจเป็นเพราะความเคยชินที่ทำงานแบบเดิมๆ แล้วรู้สึกว่าปลอดภัยดี จึงไม่คิดปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
      วิธีรับมือ เสนอหัวหน้าให้ส่งเขาไปอบรมสัมมนาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ผลงานจะได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยให้กำลังใจเขาด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ค่อนข้างทำได้ยาก

    4. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก
    5. คนบางคนอาจมีปัญหาที่บ้าน ทำให้ไม่สบายใจ กลายเป็นคนเก็บตัว หรือกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด จนพาลมีเรื่องกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัว หรือบางคนมีเรื่องขุ่นเคืองกับคนในที่ทำงาน พาลให้ไม่อยากทำงานไปด้วย
      วิธีรับมือ พยายามให้ทั้งสองฝ่ายมาตกลง ทำความเข้าใจกัน เพื่อจะได้ร่วมงานกันต่อไปอย่างราบรื่น

    6. ไม่มั่นใจในตัวเอง
    7. บางคนมีความคิดดีแต่ไม่กล้าแสดงออก กลัวว่าจะไปล้ำเส้นใครเข้า หรือกลัวว่าถ้าทำผิดพลาดแล้วจะถูกตำหนิ เมื่อคิดแบบนี้จึงไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่คอยรับคำสั่งเท่านั้น
      วิธีรับมือ คอยให้กำลังใจ ส่งเสริมให้เขาทำในสิ่งที่ดี พยายามให้เขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ชมเชย เพื่อให้เขามีกำลังใจ และกล้าแสดงความคิดเห็นต่อๆ ไป หากเขาทำผิดก็ช่วยแก้ไข ไม่ตำหนิ หรือซ้ำเติม

    8. เหลี่ยมจัด ลอบกัด ปัดความรับผิดชอบ
    9. คนประเภทนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่าง ชอบนักเรื่องเอาความดีใส่ตัวแล้วโยนความชั่วให้คนอื่น ถ้าต้องร่วมงานด้วยควรระวังให้มาก เพราะอาจถูกแทงข้างหลังเป็นแผลเหวอะหวะ หรืออาจเจอเล่ห์กลทำให้งานของเขากลายเป็นงานของเราได้ง่ายๆ
      วิธีรับมือ เข้าใกล้เท่าที่จำเป็นต้องร่วมงานด้วย ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด และต้องมีหลักฐานว่า เราทำอะไร เขาทำอะไร และร่วมกันอย่างไร

    10. หลงตัวเอง เก่งคนเดียว
    11. คนประเภทนี้มักคิดว่าไม่มีใครฉลาดเท่า และไม่มีใครทำงานแทนได้ จึงไม่ยอมแบ่งงานหรือทำงานร่วมกับใคร รวมทั้งไม่ชอบฟังคำแนะนำจากใครด้วย
      วิธีรับมือ พยายามปรับตัวเราให้ทำงานร่วมกับเขาได้ พยายามชื่นชมในความเก่งของเขา โดยไม่แสดงอาการไม่พอใจออกมา

    12. หนักไม่เอา เบาไม่สู้
    13. คนประเภทนี้ชอบผัดวันประกันพรุ่ง กินแรงคนอื่นประจำ ไม่ยอมเสียสละเพื่อใคร หลบได้เป็นหลบ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง
      วิธีรับมือ พยายามพูดว่าเขาทำงานดี เพื่อให้เขาได้แสดงฝีมือบ้าง ในทางกลับกันอย่าไปว่าเขาเชียวล่ะ เพราะยิ่งว่าเขาก็จะยิ่งไม่ยอมทำอะไรมากขึ้น

    14. ขี้โมโห
    15. ถ้าเรามีเพื่อนร่วมงานประเภทโกรธง่ายหายเร็ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่พอใจอะไร ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็แสดงอาการออกมาโดยไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น
      วิธีรับมือ เวลาที่เขาแสดงอาการฉุนเฉียว อย่าพยายามเถียงหรือให้เหตุผล เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่รับฟังเราหรอก ถ้าอยากจะเตือนเขา ต้องพูดตอนเขาอารมณ์ดีๆ

    16. ขาดมนุษยสัมพันธ์
    17. คนประเภทนี้จะตรงไปตรงมา คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น แบบขวานผ่าซาก ถึงแม้จะมีเจตนาดี แต่ว่าแสดงออกไม่เป็น ทำให้คนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเย่อหยิ่ง ไม่อยากคบ ไม่อยากร่วมงานด้วย
      วิธีรับมือ ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น พยายามมองส่วนดีของเขา และมองข้ามเรื่องขุ่นใจเล็กๆ น้อยๆ จากคำพูดของเขา เพื่อสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

              ถ้าเราพยายามเข้าใจคนละแต่ละประเภทและพยายามปรับตัวให้เข้ากันได้ ผลงานก็จะดีมีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ที่สำคัญการที่ไม่ต้องมีเรื่องขุ่นใจกับใครก็จะทำให้ตัวเราเองมีความสุขในการทำงานด้วย

     

    May 03

    ผู้หญิง 3 แบบ

     
    หลายครั้งหลายคราที่ผู้หญิงมักแสดงอาการแปลก ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรัก เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงรู้สึกว่าคนรักของตนเปลี่ยนแปลงไป โดยสงสัยว่าอาจจะมีใครอีกคนเข้ามาทำให้เค้าเปลี่ยนไป การแสดงออกของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ดังนี้
     
    แบบที่ 1 ระเบิดอารมณ์
            ผู้หญิงแบบนี้มักจะเก็บอารมณ์ไม่ค่อยได้ จะต้องซักถามเอาคำตอบทันที บางรายจะชวนทะเลาะ แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด และคาดคั้นเอาคำตอบ พูดกันจนกว่าจะเคลียร์ ถ้าหากพูดกันไม่จบก็อาจจะมีการไปราวีบุคคลที่ 3 หรือกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตตามมา (ประเภทแฟนข้าใครอย่าแหยม แต่ถ้าข้าไม่ได้ ใครก็อย่าหวังจะได้เลย เอากันให้ตายไปข้าง)
     
    แบบที่ 2 คิดมากและน้อยใจคนเดียว
           ผู้หญิงแบบนี้มักจะเป็นคนคิดมาก และแอบน้อยใจคนเดียว จนกลายเป็นไม่มีความสุข และรู้สึกว่าตนเองไร้ความสำคัญ หรืออีกฝ่ายหมดรักตัวเองแล้ว มักจะไม่แสดงออกโดยตรง แต่จะมาในรูปของการงอน เงียบ หลบหน้าหลบตาไม่รับโทรศัพท์ หรือขาดการติดต่อ แต่จะไม่ตีโพยตีพาย บางรายหากแน่ใจว่าคนรักไม่รักตนอีกแล้วก็จะตัดใจและจากไปเงียบๆ โดยไม่มีคำร่ำลา (เพราะทำใจไม่ได้และเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกัน หากเค้าหมดรักก็ไม่อยากที่จะรั้งเอาไว้ เพราะมีแต่จะเสียใจไปเปล่าๆ)
     
    แบบที่ 3 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
           ผู้หญิงแบบนี้ จะไม่ตีโพยตีพายตั้งแต่แรก แต่จะคอยสังเกตพฤติกรรมเงียบ ๆ
    โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เมื่อพบว่าตัวเองเข้าใจผิดก็จะเฉยซะ แต่ถ้าเข้าใจถูกก็จะเปิดใจพูดกัน หากฝ่ายชายเคลียร์ตัวเองได้ก็จบ ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องเลิกรากันไป (เพราะผู้หญิงแบบนี้มองว่าตัวเองก็มีศักดิ์ศรี เมื่อเขามีคนอื่นแล้ว ก็ไม่ควรจะเสียเวลากันต่อไปอีก สู้หาแฟนใหม่มาดามใจดีกว่า)
     
    อย่าปล่อยให้ความระแวงเข้ามาในใจแฟนของคุณ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียคนที่คุณรักไปก็ได้ มีอะไรก็พูดอธิบายให้คนรักของคุณเข้าใจ เพราะบางทีสิ่งที่คุณคิดว่าไม่มีอะไร อาจจะกลายเป็นสิ่งที่กำลังทำลายความรักของคุณอยู่ก็ได้นะ
     
    April 16

    คำจำกัดความกวนๆ

     
      บุหรี่ : ใบยาสูบที่มีกระดาษพันอยู่โดยมีไฟติดอยู่ข้างหนึ่ง และมีคนโง่อยู่อีกข้างหนึ่ง

      หย่า : Future tense ของคำว่า " แต่งงาน "
      เลกเชอร์ :ศิลปะในการถ่ายทอดข้อมูลจากกระดาษโน้ตของอาจารย์ ไปยังกระดาษโน้ตของนักศึกษา โดยไม่ผ่านหัวสมองของทั้ง 2 ฝ่าย
      ประชุม : ความงุนงงของคนคนหนึ่งที่มีมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์จบลง
      ยินยอม : ศิลปะในการแบ่งเค้กให้ทุก ๆ คน โดยทำให้แต่ละคนคิดว่าตนเองได้เค้กชิ้นใหญ่สุด
      น้ำตา : พลังน้ำที่ผู้หญิง สามารถสยบความแข็งแกร่งของพลังงานแห่งความเป็นชายได้
      พจนานุกรม : ที่เดียวที่คำว่า Success มาก่อนคำว่า Work
      ห้องประชุม : สถานที่ซึ่งทุก ๆ คนส่งเสียง โดยไม่มีใครฟังและไม่มีใครยอมรับอะไร
      เจ้านาย : ใครบางคนที่ชอบมาทำงานเช้าในวันที่คุณเข้างานสาย และมาซะสายในวันที่คุณมาเช้า
      อาชญากร : ก็เหมือนคนธรรมดานี่แหละ แต่ถูกตำรวจจับ
      นักการทูต : คนที่บอกให้คุณไปลงนรกได้ด้วยการพูด ที่ทำให้คุณอยากไปจนแทบรอไม่ไหว
      หมอ : คนที่ช่วยชีวิตคุณด้วยยาและฆ่าคุณทีหลังด้วยบิลค่ารักษา
      ทนายความ : คนที่ยื่นมือช่วยคนที่ทำผิดกฎหมาย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
      นักโฆษณา : คนที่รู้จักเลือกพูดแต่ความจริงเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการเฉพาะครึ่งที่ดี
      หมอดูลายมือ : คนแปลกหน้าที่สามารถจับมือแฟนคุณได้ต่อหน้าต่อตา โดยไม่โดน...

    March 11

    เคล็ดลับการพัฒนาสมอง

     
    1. จิบน้ำบ่อย ๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 %
    เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
     
    2. กินไขมันดี
    คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
     
    3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
    หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
     
    4. ใส่ความตั้งใจในทุกๆสิ่ง
    เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
     
    5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
    ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
     
    6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
    สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
     
    7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
    ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
     
    8. เขียนบันทึก Graceful Journal
    ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดีขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
     
    9. ฝึกหายใจลึกๆ
    สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมองควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %
     
    * การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดี ตามที่คุณวนิษา เรซ กล่าวว่า
    "คนทั่วไปมักมองว่าคนที่เป็นอัจฉริยะมักจะหมกมุ่นอยู่กับตำรากองโต ใส่แว่นหนาเตอะและไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์ซึ่งมักเกิดกับคนในวงแคบ เช่น คนที่เก่งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์หรือดนตรี แต่ความจริงแล้ว อัจฉริยภาพมีมากกว่านั้น ดร.โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ผู้คิดค้นทฤษฎีพหุปัญญา เสนอว่ามนุษย์มีอัจฉริยภาพอย่างน้อย 8 ด้าน เพียงแต่บางด้านอาจเด่นกว่าด้านอื่นและขึ้นอยู่กับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก
     
    อัจฉริยภาพ 8 ด้านที่ว่า ได้แก่
    - อัจฉริยภาพด้านภาษาและการสื่อสาร
    - อัจฉริยภาพด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
    - อัจฉริยภาพด้านมิติสัมพันธ์
    - อัจฉริยภาพด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
    - อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจในตนเอง
    - อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจผู้อื่นและมนุษยสัมพันธ์
    - อัจฉริยภาพด้านธรรมชาติ
    - อัจฉริยภาพด้านดนตรี
     
    สมองของคนเรามีน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 2 ของน้ำหนักร่างกายโดยสมองใช้ออกซิเจนร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของการใช้ออกซิเจนในร่างกายทั้งหมด
    สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้หลายคนอาจแปลกใจ และลบความเชื่อหรือความรู้เก่าเกี่ยวกับสมองไปได้เลย เพราะอัจฉริยภาพของคนไม่ได้อยู่ที่เซลล์สมอง ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักสมองและไม่ได้อยู่ที่รอยหยักของสมอง แต่อยู่ที่เส้นใยสมองและไมยีลินหรือไขมันสมองมาห่อหุ้ม
    เนื่องจากเซลล์สมองตายไปทุกวัน แต่จะมีการสร้างเส้นใยสมองใหม่ๆ เกิดขึ้นโดยการทำซ้ำๆ กันดังนั้น อัจฉริยภาพสร้างได้โดยการทำซ้ำๆ กันนั่นเอง เช่น หากเล่นเปียโนไม่เป็น แต่ถ้าฝึกทุกวันเป็นเวลา 2 ปี ก็จะเป็นคนใหม่ที่เป็นอัจฉริยภาพด้านเปียโนได้เช่นกัน
     
    January 28

    ได้ยินไหมว่าฉันรักเธอ..

     
    ฉันรู้เธอรอฉัน รอฟังคำนั้นซักวัน
    ฉันรู้ฉันมันรั้น ดึงดันไม่ยอมพูดมา
    ฉันแค่คิดยังไม่ถึงเวลา

    ฉันรู้ว่าวันนี้ มันไกลจนสายเกินไป
    แม้พูดดังแค่ไหน กลายเป็นไม่มีผู้ฟัง
    ฉันไม่รู้เธออยู่ไหนที่แสนไกล
     
    ได้ยินไหม ได้ยินไหม โปรดฟังว่า
    ฉันรักเธอ เธอจะอยู่ไหน อยู่สุดฟ้าไกล
    เพียงให้เธอรับรู้
     
    ได้ยินฉันบอกเธอไหม ว่าคนคนนี้รักเธอ
    นี่ไงคำว่ารัก ที่เธอรอฟัง
    ได้ยินไหม...
     
    พึ่งรู้ในตอนนี้ เวลาทุกวินาที รู้ซึ้งในตอนนี้
    บางคำที่แสนสำคัญ พูดวันนี้ เมื่อเธอนั้นอยู่แสนไกล
     
    พูดวันนี้เมื่อเธอนั้นอยู่แสนไกล...

    -------------------------------------------------
    ขอบคุณเพลงโดนใจนี้ชื่อ "ได้ยินไหม" ของศิลปิน "ดา เอ็นโดรฟิน"
     
    January 20

    สรุปสไตล์ของผู้หญิง ที่ผู้ชายหลงรัก

     
    ต่อให้สไตล์ความชอบผู้หญิงในมุมมองของผู้ชายจะมีมากมายหลากรูปแบบ ประเภทที่บางรายอาจชอบสาวเปรี้ยว สาวห้าว สาวแกร่ง สาวน้อย คิกขุหวานแหวว สาวนุ่มนิ่มเรียบร้อย หรือสาวช่างฝันก็ตาม แต่หากถามว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ผู้ชายสามารถรักได้ไม่ยากนี่สิ คงต้องคิดหนัก ว่าแบบฉบับเวอร์ชั่นไหนถึงจะถูกใจทำให้ชายหลงใหลได้ปลื้มจนเกิดอาการปิ๊งได้ คงต้องมีสูตรลับพิเศษที่จะช่วยเสริมแต่งให้กับสาวๆ ทุกสไตล์ แอบเก็บเอาไปไว้ใช้เป็นคุณสมบัติพิเศษทำเก๋ให้คุณผู้ชายได้ใฝ่ฝันถึง
     
    ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน เคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์จนเพศตรงข้ามเกิดอาการสะดุดรักได้ไม่ยาก มีดังนี้ครับ
     
              เอาใจเก่ง
              เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้าง ไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบหรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา
     
              อ่อนหวาน
              สาวห้าวอย่าเพิ่งร้องโวยเป็นอันขาด และโปรดทำใจรับรู้และยอมรับซะเถอะว่า บางครั้งหัวใจสาวห้าวอย่างคุณก็เคยมีช่วงเวลาของการ แสดงออกที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวหวานฉ่ำ แค่มีความอ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้างก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์น่าจะพูดจาอ่อนโยนน่าฟังบ้าง ไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันจะยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้นอีกเยอะ  
     
              เปิดเผย
              ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่าจะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึงให้คุณแสดงความจริงใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไรอย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตกของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่นและไม่มีลับลมคมในอะไรซ่อนไว้ 
     
              หัวอ่อน
              จะเอาใจแฟนทั้งที มันต้องมีบ้างที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปในบางครั้ง แต่ที่ให้ยอมนั้นไม่ได้หมายความว่า จะให้ยอมไปซะทุกเรื่อง ทุกอย่างเหมือนดังเช่นเป็นทาส แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาส และยอมรับในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าขืนทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้นชนิดไม่ฟังใครเลย ไม่ว่าจะแฟนคุณหรือใครๆ ก็คงไม่ชอบหรอกครับ 
     
              ปราดเปรียว
              ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ความคล่องแคล่วปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่ 
     
              ออดอ้อน
              ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในโอกาสเหมาะๆ พระเอกของ คุณคงรักจนหมดใจแน่นอนแต่อ้อนพองามนะครับ ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นน่ารำคาญไป 
     
              อารมณ์ขัน
              ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึม หรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอก เพียงแค่รู้จักเล่าเรื่อง สนุกๆ ขำๆ บ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์เดียวตลอดเวลา จะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก 
     
              ไม่มีฟอร์ม
              ผู้ชายจะไม่พิสมัยผู้หญิงที่เก๊กหรือฟอร์มตลอดเวลา ดังนั้นขอให้คุณทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด อยากคุยอยากถามอะไรกับเขาก็ทำ หรือปวดฉี่ก็บอกได้ ไม่ต้องนั่งเก๊กแล้วรอให้คนอื่นมาชวนคุย 
     
              
    มีน้ำใจ
              ควรแสดงความมีน้ำใจห่วงใยเอื้ออาทรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะกับเขาหรือกับใคร เพราะคนใจดำไร้น้ำใจคงไม่มีเสน่ห์แน่นอน 
     
              เข้าใจง่าย
              ควรมองโลกในแง่ดี ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคนง่ายๆ ไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเองที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันทีและทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผยให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ
    January 04

    4 ประโยคที่ผู้ชายชอบที่สุด

     

    1. "คุณตลกจัง"

    การเป็นคนตลกจะช่วยลบปมด้อยของรูปลักษณ์ภายนอกได้ดี ไม่อย่างนั้นเค้าจะมีคำว่า "คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง" หรือคะ คุณผู้ชายทั้งหลายจะยิ้มแก้มบาน ถ้าคุณเพียงแต่เอ่ยปากบอกว่าเค้าเป็นคนที่คุยสนุก อยู่ด้วยแล้วไม่น่าเบื่อ และยังมีอารมณ์ขันที่ทำให้คุณหัวเราะได้ทั้งวันอีกด้วย แหมใครๆ ก็อยากเป็นที่ต้องการทั้งนั้นจริงไหมคะ แต่ว่าก่อนที่คุณจะพูด คุณต้องรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะคะ เพราะคำพูดเนี้ย มันจับโกหกได้ง่ายทีเดียวถ้าคุณไม่ได้หมายความอย่างที่ว่า

    2. "รีบไปจากที่นี่กันเถอะ"

    จะทำให้เค้ายิ่งรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ถ้าน้ำเสียงขอบคุณเป็นแบบกระซิบที่ข้างหู เมื่อคุณอยู่ในงานเลี้ยงที่น่าเบื่อ เพราะทำจะช่วยเน้นเรื่องสำคัญขึ้นมาอีก 2 เรื่อง นั่นคือ 1. คุณเกิดมีอารมณ์พิศวาสเขาขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน และ 2. คุณแพ้เสน่ห์อันเย้ายวนของเขาจนแทบจะอดใจไว้ไม่อยู่ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยคิดเหมือนกันทั้งนั้นแหละค่ะว่า อยากจะออกจากงานสังคมที่น่าเบื่อ แล้วไปหาเรื่องสนุกๆ อย่างอื่นทำแทน

    3. "คุณพูดถูก"

    การเป็นที่ยอมรับ และการที่รู้ว่าคุณก็อยู่ฝ่ายเขา มันจะทำให้พวกผู้ชายภูมิใจที่สามารถนำคุณได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วขนาดไหน

    4. "ฉันไม่เคยทำหรือไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย"

    คำพูดนี้จะใช้ได้ดี หลังจากที่เสร็จภารกิจอย่างว่าไปแล้วค่ะ ผู้ชายทุกคนอยากได้ยินคำชมจากปากคู่ของเขาหลังการมีเซ็กส์ทั้งนั้น เพราะมันทำให้เขารู้สึกเขานี่แหละคือราชันย์ที่ครองโลกอย่างแท้จริง

    เป็นยังไงกันบ้างคะ เคยพูดกันบ้างหรือเปล่า 4 ประโยคเด็ดที่นำมาฝากกัน ถ้าใครไม่เคยลอง ก็ลองดูนะคะ แล้วจะเห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ที่สำคัญขอให้รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ เพราะมันจะแสดงออกถึงความจริงที่มาจากส่วนลึกของหัวใจคุณ

     

    นิสัยยอดฮิตของผู้หญิง

     
    1. บ้าดูดวง...ถึงจะรู้ว่างมงายก็เหอะ
    2. ต่อมน้ำตาตื้น...แค่หนังซึ้ง ๆ เพลงเศร้า ๆ ...น้ำตาก็ทะลักออกมาได้ ไม่ยากเย็น
    3. ติดละครซะเหลือเกิน....ละครโปรดมาเมื่อไหร่ นั่งติดทีวี ไม่ไปไหนเลย
    4. ปากก็บอกว่า รักเขาคนเดียว แต่ก็ชอบแอบปิ๊งคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ เลยเชียว
    5. นัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงทีไร เม้าท์แตกลืมโลกลืมแฟนได้ทันที
    6. กับเขาคนนั้นนะ...ห้ามไปซะหมด ห้ามซื้อโน่น นี่ แต่กะตัวเองสิ เต็มที่ทุกอย่าง
    7. ใจลอยอยู่เสมอ ๆ ขับรถไปไหนต่อไหนไม่ผิดกฏจราจรก็ต้องหลงทาง
    8. เจออาหารจานโปรดเมื่อไหร่ไม่รู้กริยาหญิงหายไปไหน...ไดอง ไดเอ็ท ไม่สนแล้ว
    9. ชอบใช้มารยาหญิง เอาตัวรอด
    10. เรื่องนินทา...ขอให้บอกเถอะ...ชอบม๊าาาากกกกกกกกก
    11. แกล้งทำตัวเป็นสาวบอบบาง...อยากให้เขาทะนุถนอม
    12. ชอบคุ้ยเรื่องเก่าๆ ของคนอื่นมาต่อว่าทุกครั้งที่ขัดใจกัน
    13. เจอหนุ่ม ๆ เด็ก ๆ ทีไหร่ ก็ชอบหลอกอายุตัวเองทุกที
    14. เห็นของลดราคาเป็นไม่ได้ เหมือนมีแม่เหล็กมาดูด
    15. เอาแต่ใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะกับคนพิเศษ โดนขัดใจทีไร กวนโมโหทุกที
    16. ขี้หึงได้ทุกสถานการณ์
    17. กรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย กระตู้วู้ เรียกร้องความสนใจให้เสียงดังเกินเหตุโดยไม่จำเป็น
    18. บ้าดารานักร้อง ซื้อเทป ซื้อซีดี อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ...ทุ่มสุด ๆ เท่าไหร่เท่ากันเลย...
    19. เมื่อไหร่ที่อยากอยู่คนเดียวนะ...อย่าได้มายุ่งมาตอแยเชียว
    20. ถึงจะเป็นกุลสตรียังงัยก็เหอะ เวลาเจอภาพนู้ดก็ชอบแอบดูเหมือนกันแหละแต่อย่าให้ใครรู้น๊าาา

    ปล. มีผู้ชายสักกี่คนที่จะทนผู้หญิงสวยแต่มีครบ 20 ข้อนี้ได้บ้าง? :P
    December 31

    ทายนิสัยคนจากอาการเมา

     
    ช่วงปีใหม่นี้ หากเพื่อนๆจะไปฉลองกันที่ไหน ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพและความปลอดภัยด้วยนะครับ ให้จำไว้ว่า กินเหล้าไม่ขับ.. ง่วงไม่ขับ.. เมาไม่ขับ.. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่มีแอลกอฮอล์

    คราวนี้ผมก็เลยเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เกี่ยวกับการทำนายนิสัยเพื่อนจากอาการเมา มาให้อ่านกันครับ

    สิ่งที่สามารถบอกถึงนิสัยแท้จริงของคนเราได้นั้นมีอยู่หลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือ กิริยาท่าทางของคนยามที่เขาตกไปอยู่ในภาวะมึนเมา โดยเฉพาะเมาเหล้า ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ อาการสามารถบ่งบอกถึงนิสัยลึกของเขาได้ มาลองทายกันนะ ว่าตรงรึป่าว ถ้าตัวเองไม่ดื่มก็เอาไว้ทายคนอื่นก็ได้นะ

    พูดมาก
    สำหรับคนที่เมื่อเมาเหล้านั้น จะกลายเป็นคนที่พูดมากขึ้น พูดเก่งขึ้นกว่าปกตินั้น แสดงถึงนิสัยของการเป็นคนร่าเริง รักความสนุกสนาน มองโลกในแง่ดี ชอบชีวิตที่หรูหรา ฟู่ฟ่า และการอยู่ในวงล้อมของมิตรสหาย แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในความสามารถตนเอง เย่อหยิ่ง ดูถูกคน ชอบมองว่าคนอื่นโง่ คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา คนจึงเกลียดมากพอๆกับคนที่รักใคร่ชอบพอ


    เงียบขรึม หรือไม่มีสติ
    คนที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนที่เงียบขรึม หรือไม่มีสติ หลังจากที่ดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปนั้น เป็นลักษณะนิสัยคนที่ช่างคิดและคิดมากจนเกือบจะเป็นคนหมกมุ่นเลยทีเดียว แล้วก็จะสนิทกับคนยาก และหากถูกกดดันมาก ๆ จะชอบหนีไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่ตนสร้างขึ้นมา และไม่ชอบให้ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ลึกๆแล้วเป็นคนขี้เหงา ว้าเหว่ แต่ไม่ชอบแสดงความรู้สึกอ่อนแอของตนออกมาให้คนอื่นเห็น เจ้าชู้เงียบ ๆ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัด


    ร้องไห้คร่ำครวญ
    พื้นฐานนิสัยจริงๆนั้น เป็นคนอ่อนแอจิตใจอ่อนไหว ขี้ใจน้อย สะเทือนใจง่าย แต่จะไม่ใช่คนที่แสดงออก จึงมีกเก็บทุกสิ่งเอาไว้เงียบๆคนเดียว น้อยคนนักที่จะรู้จักจริงๆ ลึกๆแล้วเป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นสนใจตนเองต้องการให้คนมารักใคร่ห่วงใย บางครั้งจึงเหมือนคนเจ้าชู้ คบหาคนไปเรื่อยๆเล่นๆไปวันๆ แต่จริงๆแล้วแสวงหารักแท้


    ทะลึ่งทะเล้น
    คนที่เมื่อดื่มเหล้าเข้าไปแล้ว จะมีอาการทะลึ่งทะเล้นจนเห็นได้ชัดนั้น แสดงถึงนิสัยที่เปิดเผย รักสนุกโดยเฉพาะในเรื่องรักๆใคร่ๆ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษละมีพลังทางด้านนี้สูง ไม่มีความเขินอายเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ แล้วก็ยังสนใจศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัดหรือครอบครองตนเพราะเป็นคนจะเบื่อง่ายและไม่ชอบการที่จะต้อง อยู่ในระเบียบหรือกฏเกณฑ์ของใคร


    หน้าแดง
    คนที่เวลาเมาเหล้าแล้วมักหน้าแดงนี้ เป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่เป็น หรือไม่อาจเก็บรักษาความลับอะไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่เปิดเผยอีกเหมือนกัน แต่ก็จะเฉพาะกับเรื่องราวของตัวเองเท่านั้น เป็นคนที่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตนเองมาก มักจะมีความวิตกกังวลสูงกับเรื่องความเจ็บป่วย ชอบแสวงหาความมั่นคงในทุกรูปแบบให้กับชีวิตของตน


    โวยวายหาเรื่อง
    คนที่ชอบโวยวายหาเรื่องคนอื่นเมื่อเหล้าเข้าปากนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอารมณ์รุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย ประเดี๋ยวดี แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็โมโหโกรธาเสียแล้ว จะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็วเหมือนกัน ใจคอว้างขวาง ชอบมีเพื่อนฝูงเยอะๆ เป็นคนเถรตรง พูดจาไม่ค่อยถูกหูคนนัก คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ชอบงานที่มีพิธีการมากมาย
    December 27

    เรื่องของพ่อหลวงที่หลายคนยังไม่รู้

     
    เมื่อทรงพระเยาว์
    1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
    2. นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
    3. พระนาม”ภูมิพล”ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
    4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
    5. ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
    6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียน 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า "H.H Bhummibol Mahidol”หมายเลขประจำตัว 449
    7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า”แม่”
    8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง
    9. แม้ได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผัก มาปลูกเพิ่ม
    10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้ง หนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
    11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า”บ๊อบบี้”
    12. ทรงฉลองพระเนตร (แว่นสายตา) ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกต เห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อย ๆ
    13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะ ทรงต่อรอง 3 ที มากเกินไป 2ทีพอแล้ว
    14. ระหว่างประทับที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทย กับสมเด็จย่าเสมอ
    15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จักการให้โดยสมเด็จย่าจะทรง ตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า”กระป๋องคนจน”หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถูก”เก็บภาษี”หยอดใส่กระปุกนี้10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะ ไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
    16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆเขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า”ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิหยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อจักรยาน”
    17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
    18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง
    19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก”การเล่น”สมัยพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับ พระเชษฐาซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
    20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้ โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็น จิ๊กซอว์
    21. ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
    22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
    23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
    24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนม์พรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ”แสงเทียน” จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
    25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรง เกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง”เราสู้”
    26. รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5
    27. - - - -
    28. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพ ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วน พระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
    29. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง”นายอินทร์”และ”ติโต” ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่ พระมหาชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
    30. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคย ได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น”กีฬา ซีเกมส์”) ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
    31. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่งตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
    32. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงาน ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เมื่อปี 2536
    33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์, ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20ปีแล้ว
    34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลเรื่องส่วนพระองค์
    35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
    36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า”น่าจะเป็นเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง
    37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
    38. หลังอภิเษกสมรส ทรง”ฮันนีมูน”ที่หัวหิน
    39. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมืองวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
    40. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
    41. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพง ต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพงอะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
    42. เครื่องประดับ ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยก เว้น นาฬิกา
    43. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว :ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
    44. หลอดยาสีพระทน ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
    45. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง
     
    งานของในหลวง
    46. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ
    47. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำ พระองค์อยู่ 3 สิ่งคือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง (ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ
    48. ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียว กระดาษที่จะนำมาให้ข้อราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
    49. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมา ถึง ปรากฏว่าฝนตกล งมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็น ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน
    50. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
    51. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73 บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆ เติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้
    52. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯ สวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯ ลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
    53. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า "ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ"
    54. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน
     
    ของทรงโปรด
    55. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
    56. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังช่าย
    57. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
    58. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระ ตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
    59. เครื่องดื่มทรงโปรด :โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
    60. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศสของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
    61. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที่ จส.100 ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
    62. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
    63. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อ ในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มีลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว
    64. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ
    65. สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว
     
    รู้หรือไม่?
    66. "ในหลวง" เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า "นายหลวง” ภายหลัง จึงเปลี่ยนเป็น "ในหลวง"
    67. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
    68. อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆ ทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพของพระองค์ว่า "ทำราชการ"
    69. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้าย
    ข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี
    70. ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้น เป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า”อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริง ก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก”
    71. ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด
    72. หัวใจทรงเต้นไม่ปกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี
    73. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
    74. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน
    75. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่า เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
    76. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง
    77. สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง
    78. นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง ให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด
     
    December 20

    อาการของคนมีความรัก (Falling in Love)

     
    เอามาบอกของคนมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย.. เหอๆๆ
     
    1.อยู่คนเดียวก็ยิ้มได้...ฮ่าๆๆเหมือนคนบ้าเนอะ
    2.หงุดหงิดถ้าไม่ได้เห็นหน้า หรือไม่ได้ยินเสียง
    3.ชอบหลงถนน หรือหลงทางบ่อยๆ จะไปแต่ถนนที่บ้านคนที่เราหลงรักอยู่
    4.ชอบเรียนแบบมนุษย์หุ่นยนต์ เวลาเจอหน้าคนรัก แบบว่าตัวแข็งไปหมด
    5.สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ ติดอ่างได้ง่ายๆๆ..คือ คือ...คือ.. ผ....ม   ผม....ผม...
    6.หรือแปลงร่างเป็น นางอาย...แบบว่าแทบจะม้วนตัวได้เลย.
    7.ทําให้เป็นโรคไข้จับสั่นได้....แบบว่ามือไม้สั่น ปากคอสั่นไปหมด
    8.ทําให้สมองสั่งงานไม่ไปตามใจเลย...ปากอยากจะพูด แต่สมองมันไม่ยอมสั่งให้พูด
    9.อาการเลือดสูบฉีด ไม่เป็นปรกติ...มันคอยแต่จะฉีดไปที่ใบหน้าอย่างเดียว เลยทําให้หน้าแดง
    10.อาการคอยาว...อาจจะยาวเพิ่มขึ้น เพราะต้องคอยยื่นคอ เอียงคอ มองคนรัก
    11.อาการกินข้าวปลาไม่ลง....เพราะคิดถึงแต่เธอ
    12.อาการเหม่อลอย...ใจมันไม่รู้ล่องลอยไปไหน
    13.ยามนอนก็ เอ้อเหอ...เอ้อเหอ...กระส่ายกระสับ นอนยังงไงก็ไม่หลับ เพราะคิดถึงแต่เธอ
    14.จะมีอาการหลงๆลืมๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว..เพราะใจไปอยู่ที่เธอหมด
    15.เกิดอาการเพ้อฝัน...ว่าฉานนเป็นพระเอก..ส่วนเธอเป็นนางเอก..พระเอกเข้าไปช่วยนางเอก...เอิ๊กๆๆๆ...
    16.เกิดอาการเบื่อเรียน ไปโรงเรียนก็จริง ครูก็สอนไป..แต่ใจไม่คิดเรียน เพราะคิดถึงแต่หน้าเธอ
    17.เกิดอาการคุ้มคลั่ง..ยามเมื่อเห็นเธอเดินกับคนอื่น
    18.แล้วอาการคุมสติไม่อยู่ หากําแพง หรือของใกล้ตัว เป็นที่ระบายอารมณ์
    19.เกิดอาการ ทํานบน้ำตาแตก..โดยกลั้นไม่อยู่
    20.เกิดอาการเบื่อเพื่อนๆ..อยากอยู่กับแฟนสองต่อสอง
    21.เกิดอาการ แต่ก่อนเคยเป็นคนคุยเก่ง...แต่พอมาพบรัก จะเงียบ และชอบปลีกตัวออกมาคนเดียว
    22.เกิดอาการเพี้ยนๆ แค่ขอให้เธอมองมา
    23.เกิดอาการกลับบ้านไม่ตรงเวลา....เพราะมัวไปส่งคนรักกลับบ้าน แล้วบอกทางบ้านว่า ไปบ้านเพื่อนมา หรือการบ้านเยอะ หรือไปอ่านหนังสือกับเพื่อน......โอ้ยยอีกเยอะแยะ สารพัดโกหก
    24.เกิดอาการรักสวยรักงาม...กว่าจะออกจากบ้านที ต้องหล่อไว้ก่อน  น้ำหอมมีเท่าไหร่ ถ้าอาบได้คงจะอาบน้ำหอมแล้ว.
    25.เกิดอาการใช้เงินเก่ง...เคยใช้วันละ แสน..แต่มีความรัก ต้องใช้ถึงวันละ ล้าน.. 555

    เหตุผลที่ผู้ชายโกหก..

     
    บ่ายวันหนึ่งระหว่างคนตัดไม้กำลังตัดไม้อยู่ริมน้ำนั้นขวานคู่มือก็หลุดมือจม
    ลงน้ำไป คนตัดไม้ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ
    ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า " มีปัญหาอะไรรึ "
    " ขวานผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก
    ต่อไปผมจะเอาอะไรไปตัดไม้หาเลี้ยงลูกเมียได้หละท่าน "
    เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับขวานทองคำ
    " เอ้าขวานนี้ใช่ขวานของเจ้าใช่รึไม่ ?" เทวดาถามคนตัดไม้
    " ไม่ใช่ครับ "
    เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับขวานเงิน
    " เอ้าแล้วขวานนี้หละใช่ของเจ้ารึไม่ ?"
    " ไม่ใช่ครับขวานของผมทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่ขวานเงิน ขวานทอง "
    เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับขวานเหล็กคู่มือคนตัดไม้
    " เอ้าขวานของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหก
    เราจะให้ขวานเงิน กับขวานทองคำแก่เจ้าไปด้วย
    เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี "
    คนตัดไม้จึงรับขวานไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข
     
    หนึ่งเดือนต่อมา ............
     
    ระหว่างที่คนตัดไม้กำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น
    ภรรยาก็ลืนตกน้ำไป คนตัดไม้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ
    ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง
    " เอ้าคราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ "
    " ภรรยาผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ "
    ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป
    และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกันกับเจนิเฟอร์ โลเปซ
    ตั้งแต่หัวจรดเท้า " ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่ ?"
    " ใช่แล้วครับ " คนตัดไม้ตอบทันที
    เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าคนตัดไม้โกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน
    " ขออภัยด้วยครับท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดครับ "
    คนตัดไม้รีบชี้แจงทันใด
    " ถ้าเกิดผมตอบว่าไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง
    แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่เหมือนกับ แคทธลีน ซีต้าโจนส์
    และเมื่อผมปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำภรรยาผมตัวจริงขึ้นมา
    สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้หญิงอีก 2 คนผมด้วย
    เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก
    แต่ว่า .... ผมเป็นแค่คนตัดไม้จะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงเมียพร้อมกัน
    3 คนได้หละครับ ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก "
     
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อใดที่ผู้ชายโกหก
    แสดงว่าชายผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหก
    และมีเจตนาดีอย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่นคนตัดไม้รายนี้... 555
     
    December 15

    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า..

     
    ผ่านความระทม เกือบจมน้ำตา
    ช้ำมานานเท่าไหร่
    ถูกทำลาย หมดจนไม่เหลืออะไร
    มีเพียงความอ้างว้าง
     
    พอมีใครซักคนเดินเข้ามาเป็นความหวังครั้งใหม่
    ใจจึงทุ่มเทไปอย่างเลื่อนลอย
     
    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า
    ที่เรา คอยมองหา ที่คงไม่ทำให้เราช้ำใจ
    อาจจะเป็นคนนี้ ที่ใจจะไม่โหดร้ายเกินไป
    หวังว่าใจเขาคงดี
     
    พอมีใครซักคนเดินเข้ามาเป็นความหวังครั้งใหม่
    ใจจึงทุ่มเทไปอย่างเลื่อนลอย
     
    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า
    ที่เรา คอยมองหา ที่คงไม่ทำให้เราช้ำใจ
    อาจจะเป็นคนนี้ ที่ใจจะไม่โหดร้ายเกินไป
    หวังว่าใจเขาคงดี
     
    ---------------------------------------------------
    ขอบคุณเพลงโดนใจนี้ชื่อ "อาจจะเป็นคนนี้" ของศิลปิน "แหวน ฐิติมา"