Jojo's profileไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 20

    34 หลักฐานที่แสดงว่าคุณคือคนไทย 100%

     
    ไม่ต้องควักบัตรประชาชน ไม่ต้องร้องเพลงชาติพิสูจน์ ถ้ามีคุณสมบัติต่อไปนี้
    แสดงว่าคุณคือคนไทยแน่ๆ


    1.
    คุณรู้จักอาหารไทยชนิดอื่นที่ไม่ใช่ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ต้มข่า


    2.
    คุณจะโกรธมากถ้าใครเอาเท้าชี้ของให้คุณดู

    3.
    เวลามีฝรั่งมาถามทางคุณจะมีอาการหน้าซีด เหงื่อตก และรีบมองหาตัวช่วย

    4.
    เวลาเห็นคนแซงคิว คุณจะนึกด่าอยู่ในใจ แต่ถ้ามีโอกาส คุณก็แซงคิวเหมือนกัน

    5.
    ในชีวิตคุณ ต้องเคยดูละครอมตะ บ้านทรายทอง คู่กรรม และดาวพระศุกร์มาแล้ว อย่างน้อย 1 ครั้ง

    6.
    คุณรู้ชื่อจริงๆของเมืองหลวงไทยคือกรุงเทพฯ ไม่ใช่แบ็งคอก(Bangkok)

    7.
    ไม่มีอะไรแก้เมื่อยให้คุณได้ดีกว่าการนวดแผนโบราณ


    8.
    พนักงานสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ให้บริการคุณแบบขอไปที

    9.
    คุณแยกออกว่าหน้าตาของคนไทย จีน ญี่ปุ่น ลาว ต่างกันอย่างไร

    10.
    คุณรักในหลวง

    11.
    คุณใส่เสื้อสีเหลืองทุกวันจันทร์ และหาเสื้อสีชมพูมาใส่อีกตัว

    12.
    คุณรู้ว่าสงกรานต์หมายถึงวันหยุดยาวประจำปี

    13.
    เวลาจะแต่งงาน คุณยังขออนุญาตพ่อแม่อยู่เลย

    14.
    ถ้ามีคนเอาคุณไปเปรียบกับสัตว์ เช่น ควาย สุนัข ตัวเงินตัวทอง คุณจะโกรธมาก

    15.
    เวลาสั่งกับข้าว ถ้าคิดอะไรไม่ออก คุณจะสั่งผัดกะเพราะกับไข่ดาวโดยอัตโนมัติ

    16.
    คุณรู้ว่าหมาข้างถนนคือเจ้าพ่อประจำซอย และถ้าถูกมันไล่ คุณก็ไม่คิดจะยืนรอด่าเจ้าของมัน

    17.
    ชื่อของคุณยาวมาก จนชาวต่างชาติเรียกไม่ถูก

    18.
    คุณซื้อน้ำที่ใส่ถุงพลาสติกกินได้ โดยไม่กลัวเชื้อโรค

    19.
    เวลาตัวอิจฉาในละครกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง ทำตาถลน หรือตบกันทั้งเรื่อง เป็นอะไรที่อินมากสำหรับคุณ

    20.
    ต่อให้ของชิ้นนั้นราคาถูกแสนถูก แต่ยังไงคุณก็ต้องขอต่อหน่อยล่ะ

    21.
    เวลาเด็กเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ คุณจะมองหาเครื่องปรุงทันที

    22.
    คุณกินส้มตำที่ใส่พริกมากกว่า 1 เม็ด

    23.
    และโซ้ยปลาร้าได้อย่างแซ่บอีหลี

    24.
    คุณไปทำงานสายประจำ.... แต่ไม่เป็นไร เพราะเจ้านายคุณก็สายเหมือนกัน

    25.
    หนังเรื่อง 'ตำนานสมเด็จพระนเรศวร' มีผลต่อจิตใจคุณ มันทำให้คุณเห็นถึงความแตกแยก

    26.
    คุณหัวเราะให้กับมุขตลกคาเฟ่ทั้งหลาย

    27.
    เวลาทานแฮมเบอร์เกอร์ ถึงจะอิ่ม แต่คุณจะไม่สบายท้องเหมือนกินข้าว

    28.
    ถ้าพูดถึงการทำลายสถิติโลก คุณจะคิดถึงข้าวหลามที่ยาวที่สุดในโลก หอยทอดกระทะใหญ่ที่สุดในโลก ธูปที่ยาวที่สุดในโลก อะไรพวกนี้แหละ

    29.
    คุณไม่เคยคิดอยากลองขี่ควายเลย

    30.
    คุณจะรู้สึกเอ็นดูทันที ถ้าฝรั่งคนหนึ่งบังเอิญไหว้แบบไทยได้สวยอ่อนช้อย

    31.
    เวลาดูหนัง พอภาพในหลวงปรากฎขึ้นบนจอ คุณจะลุกขึ้นยืนโดยอัติโนมัติ

    32.
    สาวสวยไสตล์ที่ราบสูงซึ่งฝรั่งปลื้มกันนักหนา ไม่ใช่คนสวยในสายตาคุณ

    33.
    ถ้าได้ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ลิ้นคุณจะแข็ง จนพูดไทยไม่ชัดแล้ว

    34.
    แต่ภาษาอังกฤษของคุณก็ไม่ชัดเหมือนกัน
     
    June 18

    พิมพ์เร็วๆ ก็มีฮาได้นะ

     

    • 'ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'
     
    • 'แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า
    ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
     
    • 'กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง
    ไม่ค่อยจะอมใครง่าย ๆ'
     
    • 'มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก
    ผมจะสอยเธอยังไงดีครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
     
    • 'สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุน ห ม อ ย -->นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะรู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ '
     
    • 'ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
     
    • 'ถ้าพิจารณาความเสี่ยวแล้วคาดว่าคุ้มถ้าลงทุนต่อไป'
     
    • 'เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
    ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
     
    • 'เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
     
    • 'อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ
    แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ'
     
    • 'ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ
    ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน
    ๆไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
     
    • 'พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ
    เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
     
    • 'อาจารย์คะ ปีนี้ข้อสอบวิทย์จะเน้นอกเรื่องอะไรคะ หนูจะได้เตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ'
     
    • 'ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย
    วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายคน

    สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ'
     
    • 'ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย
    แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
     
    • 'ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมาเปล่า
    ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
     
    • 'หนูแอบชอบเค้าอยู่ ทำไงหนูถึงจะได้รูถ่ายของเค้าคะ'
     
    • 'แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6'
    นี่จะเล็กไปมั้ยครับ'
     
    • 'จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ
    อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'

     
    June 06

    เรื่องเล่าเช้านี้..


    ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วบอก  เภสัชกร  ว่า  "ขอซื้อถุงยางหน่อยครับ ผมจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านแฟนคืนนี้อาจมีเฮก็ได้"  เภสัชกรก็ยื่นถุงยางให้ชายหนุ่ม ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากนอกร้าน  ชายหนุ่มก็หันหลังกลับมาพร้อมบอกว่า "ผมขอซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเพราะว่าน้องสาวของแฟนผมก็น่ารัก  เวลาเจอผม เธอมักจะไขว้ขาให้ท่า  ผมว่าผมอาจโชคดี" เภสัชกร ยื่นถุงยางให้ชิ้นที่สอง ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินออกจากร้านเขาก็หันกลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า  "เออ..ผมว่าผมขออีกอันดีกว่า เพราะว่าแม่ของแฟนผมก็ยังสวยน่ารัก เวลาเจอกันเธอชอบสบตาผม นอกจากนี้เธอเป็นคนเชิญผมไปทานข้าวเย็นเผลอ ๆ อาจมีอะไรก็ได้" ระหว่างอาหารเย็น ชายหนุ่มนั่งตรงกลางระหว่างแฟนและน้องสาว ส่วนแม่แฟนนั่งตรงข้ามกัน      เมื่อพ่อของแฟนกลับมา …ชายหนุ่มก็เริ่มสวดมนต์ก่อนอาหารเย็น"ขอพระเจ้าประทานพรและขอบคุณ สำหรับ อาหารมื้อนี้" สองสามนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังก้มหน้าสวดมนต์อยู่  "ขอขอบคุณพระเจ้า สำหรับอาหารมื้อนี้   " สิบนาทีผ่านไป ชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดสวด  มัวแต่ก้มหน้าทุกคนในโต๊ะอาหารรู้สึกแปลกใจ  แฟนสาวจึงกระซิบ บอกชายหนุ่มว่า "ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้  "ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงสั่นเครือ…….”

     

    ……"ผมไม่รู้ว่าพ่อคุณเป็นเภสัชกร" …….

    นิทานลูกเขยแสนดี..

    เรื่องมันมีอยู่ว่า........ผมเป็นผู้ชายที่โชคดี    ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว..และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน พ่อแม่ของผม คอยช่วยเหลือเราในทุกๆ ทาง    เพื่อน ๆ ก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ   ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ?    เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ แต่มันมีอยู่อย่างหนึ่ง  ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน ให้ตายเถอะ.. สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือน้องสาวของแฟนผมนั่นเอง     เธออายุ 21 ปี  และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะ ตัวสั้นจู๋ เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ ๆ ผม   เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที   ผมรู้ว่าเธอจงใจ  เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย   มีอยู่วันหนึ่ง   น้องสาวแฟนผม   ก็โทรมาหาผม และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน   พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า   เธออยู่บ้านคนเดียว   เธอกระซิบที่ข้างหูผมว่า   อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว   เธอเองมีความรู้สึก และความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้   และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย    เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม   แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนที่ผมจะแต่งงาน    และใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ …..ผมช็อคไปเลย??/?   พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว      เธอบอกว่า   เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน      ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่า ก็ให้ตามเธอขึ้นไป ………ผมนิ่งอึ้งไปหมด    และมองเธอก้าวขึ้นบันไดไป       พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด ……เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออก.....    แล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม ......   ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน….และไม่รอช้ารีบเปิดประตูบ้านออกไป   เดินตรงไปที่รถทันที  แต่สิ่งที่ผมพบ คือว่าที่พ่อตาของผม   กำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา   เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า "พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบเล็กน้อยครั้งนี้มาได้   เราคงหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้วล่ะ     ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา" . ........ นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า........

    ..... จงเก็บถุงยางอนามัยไว้ในรถของท่านเสมอ…………


    "คนที่เรารัก" VS "คนที่รักเรา"

     

    คนที่เรารัก . . .คือคนที่ใช่สำหรับเรา

    แต่บางครั้ง. . .เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

    แต่เขา. . .กลับมองเราอย่างใส่ใจ

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

    แต่แท้จริงแล้ว. . . เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

    แต่เขา. . .กลับพยายามทำความรู้จักเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

    แต่สิ่งที่เราให้ . . . เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

    แต่เขา. . .กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

    แต่เวลาเราทุกข์. . . เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

    แต่เวลาทุกข์. . . เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

    คนที่เรารัก. . .คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

    แต่ที่แย่กว่าคือ. . . ตลอดมา "เขาไม่ได้รักเรา"

    คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

    แต่มีสิ่งหนึ่ง. . .บอกให้รู้ว่า . . . "เขารักเรา"

     

    June 05

    เค้าเล่ากันว่า..

     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
    ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
    ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
    ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
    ผู้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
    ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
    ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
    ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
    ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
    ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
    ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
    ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
    ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดี และมีสตางค์
    มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา
    ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
    ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
    ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา
    มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
    ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อาย
    และกลัวการเริ่มต้น
    ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
    ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
    ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
    ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
    ผู้หญิงที่ไม่โง่ รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลา ทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว
    เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว
    เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ
     
     
    เค้าเล่าว่า...
    ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
    จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา หลังจากนั้น
    เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ
    จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น
    เพื่อจะไปหาผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง
     
     
    เค้าเล่าว่า....
    ผู้หญิงที่ดีมีแฟนคนเดียว
    ผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี
    และเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
    ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี
    และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
    ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามีใช้เงินของสามี...
    และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
    ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามีใช้เงินของสามี
    เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วเริ่มหาสามีใหม่..
    June 04

    วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงาน 9 ประเภท

     

          ในองค์กรหนึ่งๆ ย่อมมีพนักงานที่มีพื้นฐานชีวิตหลากหลายแตกต่างกัน การจะทำงานร่วมงานกันให้ได้อย่างราบรื่นจึงต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน ต่างคนต่างพยายามปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน ก็จะทำให้เข้าใจกันและลดปัญหาความขัดแย้งลงได้ มาดูวิธีปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน 9 ประเภทต่อไปนี้

    1. ยืนหยัดเป็นฝ่ายค้าน

      คนประเภทนี้กลัวการเปลี่ยนแปลง จึงต้องคัดค้านเอาไว้ก่อน เช่น เมื่อการเสนอความคิดใหม่ๆ ก็จะปฏิเสธและเลือกที่จะใช้รูปแบบเดิมมากว่า เช่น ให้พิมพ์งานด้วยคอมพิวเตอร์ก็มักจะบอกว่าเขียนเอาก็ได้ ให้ส่งอีเมลก็ยืนยันที่จะส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้น
      วิธีรับมือ ให้เวลาเขาได้เรียนรู้ประโยชน์ของที่สิ่งเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เขาค่อยๆ ยอมรับและเริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเขาเอง

    2. เช้าชามเย็นชาม
    3. คนประเภทนี้ทำงานแบบย่ำอยู่กับที่ เรื่อยๆ ไปวันๆ อาจเป็นเพราะความเคยชินที่ทำงานแบบเดิมๆ แล้วรู้สึกว่าปลอดภัยดี จึงไม่คิดปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
      วิธีรับมือ เสนอหัวหน้าให้ส่งเขาไปอบรมสัมมนาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ผลงานจะได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยให้กำลังใจเขาด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ค่อนข้างทำได้ยาก

    4. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก
    5. คนบางคนอาจมีปัญหาที่บ้าน ทำให้ไม่สบายใจ กลายเป็นคนเก็บตัว หรือกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด จนพาลมีเรื่องกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัว หรือบางคนมีเรื่องขุ่นเคืองกับคนในที่ทำงาน พาลให้ไม่อยากทำงานไปด้วย
      วิธีรับมือ พยายามให้ทั้งสองฝ่ายมาตกลง ทำความเข้าใจกัน เพื่อจะได้ร่วมงานกันต่อไปอย่างราบรื่น

    6. ไม่มั่นใจในตัวเอง
    7. บางคนมีความคิดดีแต่ไม่กล้าแสดงออก กลัวว่าจะไปล้ำเส้นใครเข้า หรือกลัวว่าถ้าทำผิดพลาดแล้วจะถูกตำหนิ เมื่อคิดแบบนี้จึงไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่คอยรับคำสั่งเท่านั้น
      วิธีรับมือ คอยให้กำลังใจ ส่งเสริมให้เขาทำในสิ่งที่ดี พยายามให้เขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ชมเชย เพื่อให้เขามีกำลังใจ และกล้าแสดงความคิดเห็นต่อๆ ไป หากเขาทำผิดก็ช่วยแก้ไข ไม่ตำหนิ หรือซ้ำเติม

    8. เหลี่ยมจัด ลอบกัด ปัดความรับผิดชอบ
    9. คนประเภทนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่าง ชอบนักเรื่องเอาความดีใส่ตัวแล้วโยนความชั่วให้คนอื่น ถ้าต้องร่วมงานด้วยควรระวังให้มาก เพราะอาจถูกแทงข้างหลังเป็นแผลเหวอะหวะ หรืออาจเจอเล่ห์กลทำให้งานของเขากลายเป็นงานของเราได้ง่ายๆ
      วิธีรับมือ เข้าใกล้เท่าที่จำเป็นต้องร่วมงานด้วย ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด และต้องมีหลักฐานว่า เราทำอะไร เขาทำอะไร และร่วมกันอย่างไร

    10. หลงตัวเอง เก่งคนเดียว
    11. คนประเภทนี้มักคิดว่าไม่มีใครฉลาดเท่า และไม่มีใครทำงานแทนได้ จึงไม่ยอมแบ่งงานหรือทำงานร่วมกับใคร รวมทั้งไม่ชอบฟังคำแนะนำจากใครด้วย
      วิธีรับมือ พยายามปรับตัวเราให้ทำงานร่วมกับเขาได้ พยายามชื่นชมในความเก่งของเขา โดยไม่แสดงอาการไม่พอใจออกมา

    12. หนักไม่เอา เบาไม่สู้
    13. คนประเภทนี้ชอบผัดวันประกันพรุ่ง กินแรงคนอื่นประจำ ไม่ยอมเสียสละเพื่อใคร หลบได้เป็นหลบ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง
      วิธีรับมือ พยายามพูดว่าเขาทำงานดี เพื่อให้เขาได้แสดงฝีมือบ้าง ในทางกลับกันอย่าไปว่าเขาเชียวล่ะ เพราะยิ่งว่าเขาก็จะยิ่งไม่ยอมทำอะไรมากขึ้น

    14. ขี้โมโห
    15. ถ้าเรามีเพื่อนร่วมงานประเภทโกรธง่ายหายเร็ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่พอใจอะไร ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็แสดงอาการออกมาโดยไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น
      วิธีรับมือ เวลาที่เขาแสดงอาการฉุนเฉียว อย่าพยายามเถียงหรือให้เหตุผล เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่รับฟังเราหรอก ถ้าอยากจะเตือนเขา ต้องพูดตอนเขาอารมณ์ดีๆ

    16. ขาดมนุษยสัมพันธ์
    17. คนประเภทนี้จะตรงไปตรงมา คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น แบบขวานผ่าซาก ถึงแม้จะมีเจตนาดี แต่ว่าแสดงออกไม่เป็น ทำให้คนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเย่อหยิ่ง ไม่อยากคบ ไม่อยากร่วมงานด้วย
      วิธีรับมือ ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น พยายามมองส่วนดีของเขา และมองข้ามเรื่องขุ่นใจเล็กๆ น้อยๆ จากคำพูดของเขา เพื่อสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

              ถ้าเราพยายามเข้าใจคนละแต่ละประเภทและพยายามปรับตัวให้เข้ากันได้ ผลงานก็จะดีมีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ที่สำคัญการที่ไม่ต้องมีเรื่องขุ่นใจกับใครก็จะทำให้ตัวเราเองมีความสุขในการทำงานด้วย