Jojo's profileไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 31

    ทายนิสัยคนจากอาการเมา

     
    ช่วงปีใหม่นี้ หากเพื่อนๆจะไปฉลองกันที่ไหน ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพและความปลอดภัยด้วยนะครับ ให้จำไว้ว่า กินเหล้าไม่ขับ.. ง่วงไม่ขับ.. เมาไม่ขับ.. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่มีแอลกอฮอล์

    คราวนี้ผมก็เลยเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เกี่ยวกับการทำนายนิสัยเพื่อนจากอาการเมา มาให้อ่านกันครับ

    สิ่งที่สามารถบอกถึงนิสัยแท้จริงของคนเราได้นั้นมีอยู่หลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือ กิริยาท่าทางของคนยามที่เขาตกไปอยู่ในภาวะมึนเมา โดยเฉพาะเมาเหล้า ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ อาการสามารถบ่งบอกถึงนิสัยลึกของเขาได้ มาลองทายกันนะ ว่าตรงรึป่าว ถ้าตัวเองไม่ดื่มก็เอาไว้ทายคนอื่นก็ได้นะ

    พูดมาก
    สำหรับคนที่เมื่อเมาเหล้านั้น จะกลายเป็นคนที่พูดมากขึ้น พูดเก่งขึ้นกว่าปกตินั้น แสดงถึงนิสัยของการเป็นคนร่าเริง รักความสนุกสนาน มองโลกในแง่ดี ชอบชีวิตที่หรูหรา ฟู่ฟ่า และการอยู่ในวงล้อมของมิตรสหาย แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในความสามารถตนเอง เย่อหยิ่ง ดูถูกคน ชอบมองว่าคนอื่นโง่ คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา คนจึงเกลียดมากพอๆกับคนที่รักใคร่ชอบพอ


    เงียบขรึม หรือไม่มีสติ
    คนที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนที่เงียบขรึม หรือไม่มีสติ หลังจากที่ดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปนั้น เป็นลักษณะนิสัยคนที่ช่างคิดและคิดมากจนเกือบจะเป็นคนหมกมุ่นเลยทีเดียว แล้วก็จะสนิทกับคนยาก และหากถูกกดดันมาก ๆ จะชอบหนีไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่ตนสร้างขึ้นมา และไม่ชอบให้ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ลึกๆแล้วเป็นคนขี้เหงา ว้าเหว่ แต่ไม่ชอบแสดงความรู้สึกอ่อนแอของตนออกมาให้คนอื่นเห็น เจ้าชู้เงียบ ๆ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัด


    ร้องไห้คร่ำครวญ
    พื้นฐานนิสัยจริงๆนั้น เป็นคนอ่อนแอจิตใจอ่อนไหว ขี้ใจน้อย สะเทือนใจง่าย แต่จะไม่ใช่คนที่แสดงออก จึงมีกเก็บทุกสิ่งเอาไว้เงียบๆคนเดียว น้อยคนนักที่จะรู้จักจริงๆ ลึกๆแล้วเป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นสนใจตนเองต้องการให้คนมารักใคร่ห่วงใย บางครั้งจึงเหมือนคนเจ้าชู้ คบหาคนไปเรื่อยๆเล่นๆไปวันๆ แต่จริงๆแล้วแสวงหารักแท้


    ทะลึ่งทะเล้น
    คนที่เมื่อดื่มเหล้าเข้าไปแล้ว จะมีอาการทะลึ่งทะเล้นจนเห็นได้ชัดนั้น แสดงถึงนิสัยที่เปิดเผย รักสนุกโดยเฉพาะในเรื่องรักๆใคร่ๆ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษละมีพลังทางด้านนี้สูง ไม่มีความเขินอายเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ แล้วก็ยังสนใจศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัดหรือครอบครองตนเพราะเป็นคนจะเบื่อง่ายและไม่ชอบการที่จะต้อง อยู่ในระเบียบหรือกฏเกณฑ์ของใคร


    หน้าแดง
    คนที่เวลาเมาเหล้าแล้วมักหน้าแดงนี้ เป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่เป็น หรือไม่อาจเก็บรักษาความลับอะไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่เปิดเผยอีกเหมือนกัน แต่ก็จะเฉพาะกับเรื่องราวของตัวเองเท่านั้น เป็นคนที่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตนเองมาก มักจะมีความวิตกกังวลสูงกับเรื่องความเจ็บป่วย ชอบแสวงหาความมั่นคงในทุกรูปแบบให้กับชีวิตของตน


    โวยวายหาเรื่อง
    คนที่ชอบโวยวายหาเรื่องคนอื่นเมื่อเหล้าเข้าปากนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอารมณ์รุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย ประเดี๋ยวดี แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็โมโหโกรธาเสียแล้ว จะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็วเหมือนกัน ใจคอว้างขวาง ชอบมีเพื่อนฝูงเยอะๆ เป็นคนเถรตรง พูดจาไม่ค่อยถูกหูคนนัก คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ชอบงานที่มีพิธีการมากมาย
    December 27

    เรื่องของพ่อหลวงที่หลายคนยังไม่รู้

     
    เมื่อทรงพระเยาว์
    1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
    2. นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
    3. พระนาม”ภูมิพล”ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
    4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
    5. ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
    6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียน 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า "H.H Bhummibol Mahidol”หมายเลขประจำตัว 449
    7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า”แม่”
    8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง
    9. แม้ได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผัก มาปลูกเพิ่ม
    10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้ง หนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
    11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า”บ๊อบบี้”
    12. ทรงฉลองพระเนตร (แว่นสายตา) ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกต เห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อย ๆ
    13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะ ทรงต่อรอง 3 ที มากเกินไป 2ทีพอแล้ว
    14. ระหว่างประทับที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทย กับสมเด็จย่าเสมอ
    15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จักการให้โดยสมเด็จย่าจะทรง ตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า”กระป๋องคนจน”หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถูก”เก็บภาษี”หยอดใส่กระปุกนี้10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะ ไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
    16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆเขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า”ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิหยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อจักรยาน”
    17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
    18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง
    19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก”การเล่น”สมัยพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับ พระเชษฐาซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
    20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้ โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็น จิ๊กซอว์
    21. ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
    22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
    23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
    24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนม์พรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ”แสงเทียน” จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
    25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรง เกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง”เราสู้”
    26. รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5
    27. - - - -
    28. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพ ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วน พระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
    29. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง”นายอินทร์”และ”ติโต” ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่ พระมหาชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
    30. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคย ได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น”กีฬา ซีเกมส์”) ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
    31. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่งตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
    32. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงาน ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เมื่อปี 2536
    33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์, ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20ปีแล้ว
    34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลเรื่องส่วนพระองค์
    35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
    36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า”น่าจะเป็นเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง
    37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
    38. หลังอภิเษกสมรส ทรง”ฮันนีมูน”ที่หัวหิน
    39. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมืองวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
    40. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
    41. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพง ต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพงอะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
    42. เครื่องประดับ ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยก เว้น นาฬิกา
    43. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว :ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
    44. หลอดยาสีพระทน ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
    45. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง
     
    งานของในหลวง
    46. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ
    47. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำ พระองค์อยู่ 3 สิ่งคือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง (ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ
    48. ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียว กระดาษที่จะนำมาให้ข้อราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
    49. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมา ถึง ปรากฏว่าฝนตกล งมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็น ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน
    50. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
    51. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73 บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆ เติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้
    52. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯ สวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯ ลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
    53. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า "ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ"
    54. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน
     
    ของทรงโปรด
    55. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
    56. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังช่าย
    57. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
    58. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระ ตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
    59. เครื่องดื่มทรงโปรด :โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
    60. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศสของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
    61. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที่ จส.100 ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
    62. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
    63. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อ ในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มีลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว
    64. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ
    65. สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว
     
    รู้หรือไม่?
    66. "ในหลวง" เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า "นายหลวง” ภายหลัง จึงเปลี่ยนเป็น "ในหลวง"
    67. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
    68. อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆ ทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพของพระองค์ว่า "ทำราชการ"
    69. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้าย
    ข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี
    70. ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้น เป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า”อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริง ก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก”
    71. ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด
    72. หัวใจทรงเต้นไม่ปกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี
    73. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
    74. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน
    75. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่า เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
    76. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง
    77. สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง
    78. นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง ให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด
     
    December 20

    อาการของคนมีความรัก (Falling in Love)

     
    เอามาบอกของคนมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย.. เหอๆๆ
     
    1.อยู่คนเดียวก็ยิ้มได้...ฮ่าๆๆเหมือนคนบ้าเนอะ
    2.หงุดหงิดถ้าไม่ได้เห็นหน้า หรือไม่ได้ยินเสียง
    3.ชอบหลงถนน หรือหลงทางบ่อยๆ จะไปแต่ถนนที่บ้านคนที่เราหลงรักอยู่
    4.ชอบเรียนแบบมนุษย์หุ่นยนต์ เวลาเจอหน้าคนรัก แบบว่าตัวแข็งไปหมด
    5.สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ ติดอ่างได้ง่ายๆๆ..คือ คือ...คือ.. ผ....ม   ผม....ผม...
    6.หรือแปลงร่างเป็น นางอาย...แบบว่าแทบจะม้วนตัวได้เลย.
    7.ทําให้เป็นโรคไข้จับสั่นได้....แบบว่ามือไม้สั่น ปากคอสั่นไปหมด
    8.ทําให้สมองสั่งงานไม่ไปตามใจเลย...ปากอยากจะพูด แต่สมองมันไม่ยอมสั่งให้พูด
    9.อาการเลือดสูบฉีด ไม่เป็นปรกติ...มันคอยแต่จะฉีดไปที่ใบหน้าอย่างเดียว เลยทําให้หน้าแดง
    10.อาการคอยาว...อาจจะยาวเพิ่มขึ้น เพราะต้องคอยยื่นคอ เอียงคอ มองคนรัก
    11.อาการกินข้าวปลาไม่ลง....เพราะคิดถึงแต่เธอ
    12.อาการเหม่อลอย...ใจมันไม่รู้ล่องลอยไปไหน
    13.ยามนอนก็ เอ้อเหอ...เอ้อเหอ...กระส่ายกระสับ นอนยังงไงก็ไม่หลับ เพราะคิดถึงแต่เธอ
    14.จะมีอาการหลงๆลืมๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว..เพราะใจไปอยู่ที่เธอหมด
    15.เกิดอาการเพ้อฝัน...ว่าฉานนเป็นพระเอก..ส่วนเธอเป็นนางเอก..พระเอกเข้าไปช่วยนางเอก...เอิ๊กๆๆๆ...
    16.เกิดอาการเบื่อเรียน ไปโรงเรียนก็จริง ครูก็สอนไป..แต่ใจไม่คิดเรียน เพราะคิดถึงแต่หน้าเธอ
    17.เกิดอาการคุ้มคลั่ง..ยามเมื่อเห็นเธอเดินกับคนอื่น
    18.แล้วอาการคุมสติไม่อยู่ หากําแพง หรือของใกล้ตัว เป็นที่ระบายอารมณ์
    19.เกิดอาการ ทํานบน้ำตาแตก..โดยกลั้นไม่อยู่
    20.เกิดอาการเบื่อเพื่อนๆ..อยากอยู่กับแฟนสองต่อสอง
    21.เกิดอาการ แต่ก่อนเคยเป็นคนคุยเก่ง...แต่พอมาพบรัก จะเงียบ และชอบปลีกตัวออกมาคนเดียว
    22.เกิดอาการเพี้ยนๆ แค่ขอให้เธอมองมา
    23.เกิดอาการกลับบ้านไม่ตรงเวลา....เพราะมัวไปส่งคนรักกลับบ้าน แล้วบอกทางบ้านว่า ไปบ้านเพื่อนมา หรือการบ้านเยอะ หรือไปอ่านหนังสือกับเพื่อน......โอ้ยยอีกเยอะแยะ สารพัดโกหก
    24.เกิดอาการรักสวยรักงาม...กว่าจะออกจากบ้านที ต้องหล่อไว้ก่อน  น้ำหอมมีเท่าไหร่ ถ้าอาบได้คงจะอาบน้ำหอมแล้ว.
    25.เกิดอาการใช้เงินเก่ง...เคยใช้วันละ แสน..แต่มีความรัก ต้องใช้ถึงวันละ ล้าน.. 555

    เหตุผลที่ผู้ชายโกหก..

     
    บ่ายวันหนึ่งระหว่างคนตัดไม้กำลังตัดไม้อยู่ริมน้ำนั้นขวานคู่มือก็หลุดมือจม
    ลงน้ำไป คนตัดไม้ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ
    ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า " มีปัญหาอะไรรึ "
    " ขวานผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก
    ต่อไปผมจะเอาอะไรไปตัดไม้หาเลี้ยงลูกเมียได้หละท่าน "
    เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับขวานทองคำ
    " เอ้าขวานนี้ใช่ขวานของเจ้าใช่รึไม่ ?" เทวดาถามคนตัดไม้
    " ไม่ใช่ครับ "
    เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับขวานเงิน
    " เอ้าแล้วขวานนี้หละใช่ของเจ้ารึไม่ ?"
    " ไม่ใช่ครับขวานของผมทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่ขวานเงิน ขวานทอง "
    เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับขวานเหล็กคู่มือคนตัดไม้
    " เอ้าขวานของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหก
    เราจะให้ขวานเงิน กับขวานทองคำแก่เจ้าไปด้วย
    เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี "
    คนตัดไม้จึงรับขวานไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข
     
    หนึ่งเดือนต่อมา ............
     
    ระหว่างที่คนตัดไม้กำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น
    ภรรยาก็ลืนตกน้ำไป คนตัดไม้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ
    ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง
    " เอ้าคราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ "
    " ภรรยาผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ "
    ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป
    และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกันกับเจนิเฟอร์ โลเปซ
    ตั้งแต่หัวจรดเท้า " ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่ ?"
    " ใช่แล้วครับ " คนตัดไม้ตอบทันที
    เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าคนตัดไม้โกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน
    " ขออภัยด้วยครับท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดครับ "
    คนตัดไม้รีบชี้แจงทันใด
    " ถ้าเกิดผมตอบว่าไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง
    แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่เหมือนกับ แคทธลีน ซีต้าโจนส์
    และเมื่อผมปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำภรรยาผมตัวจริงขึ้นมา
    สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้หญิงอีก 2 คนผมด้วย
    เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก
    แต่ว่า .... ผมเป็นแค่คนตัดไม้จะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงเมียพร้อมกัน
    3 คนได้หละครับ ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก "
     
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อใดที่ผู้ชายโกหก
    แสดงว่าชายผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหก
    และมีเจตนาดีอย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่นคนตัดไม้รายนี้... 555
     
    December 15

    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า..

     
    ผ่านความระทม เกือบจมน้ำตา
    ช้ำมานานเท่าไหร่
    ถูกทำลาย หมดจนไม่เหลืออะไร
    มีเพียงความอ้างว้าง
     
    พอมีใครซักคนเดินเข้ามาเป็นความหวังครั้งใหม่
    ใจจึงทุ่มเทไปอย่างเลื่อนลอย
     
    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า
    ที่เรา คอยมองหา ที่คงไม่ทำให้เราช้ำใจ
    อาจจะเป็นคนนี้ ที่ใจจะไม่โหดร้ายเกินไป
    หวังว่าใจเขาคงดี
     
    พอมีใครซักคนเดินเข้ามาเป็นความหวังครั้งใหม่
    ใจจึงทุ่มเทไปอย่างเลื่อนลอย
     
    เผื่อจะเป็นคนนี้ ที่เราเฝ้าคอยไขว่คว้า
    ที่เรา คอยมองหา ที่คงไม่ทำให้เราช้ำใจ
    อาจจะเป็นคนนี้ ที่ใจจะไม่โหดร้ายเกินไป
    หวังว่าใจเขาคงดี
     
    ---------------------------------------------------
    ขอบคุณเพลงโดนใจนี้ชื่อ "อาจจะเป็นคนนี้" ของศิลปิน "แหวน ฐิติมา"
    December 12

    ปรัชญาเกี่ยวกับความรัก

     
    -----------------------------------------------------------
     
    อย่าไปค้นหาความรัก
    ปล่อยให้ความรักค้นพบคุณเอง
    นั่นแหละถึงจะเรียกว่าตกหลุมรัก
    เพราะคุณไม่ได้บังคับตัวคุณให้เป็นไป แต่มันเป็นไปเอง..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    เมื่อคุณยอมรับใครบางคนในตัวตนและสิ่งที่เขาเป็น
    คุณจะประหลาดใจเมื่อเขาดีกว่าที่คุณคาดหวังไว้มาก
    ความรักคือการรักและยอมรับในทั้งข้อดีและข้อเสียของเขา..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    โชคดีคือผู้ชายได้เป็นคนรักคนแรกของผู้หญิง
    ที่โชคดีกว่านั้นคือผู้หญิงได้เป็นคนรักคนสุดท้ายของผู้ชาย..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    คุณจะได้รับรู้ว่าคนๆ หนึ่งมีความหมายกับคุณมากเพียงไร
    ก็เมื่อคุณตื่นขึ้นและพบว่าคุณได้สูญเสียใครคนนั้น
    ที่คุณเคยคิดว่าไม่มีความหมายกับคุณเลยไปเสียแล้ว..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    รักคือการมองตัวคุณผ่านสายตาของคนอื่น
    และค้นหาตัวคุณในหัวใจของคนนั้น
    เมื่อคุณรักแล้ว คุณก็จะรักตลอดไป
    สำหรับสิ่งที่คุณอาจจะคิดหลบหนี
    แต่หัวใจคุณเก็บมันไว้ตลอดเวลา..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    การปล่อยมันไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเหนี่ยวรั้งไว้ก็ยากเย็น
    ความเข้มแข็งไม่ได้วัดที่ว่าสามารถเหนี่ยวรั้งมันไว้
    แต่อยู่ที่สามารถปล่อยมันไปต่างหาก..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    ผู้ชายพร้อมที่จะเสียสละความรักเพื่อจะได้ปกครองโลก
    แต่ผู้หญิงพร้อมที่จะตัดใจจากโลก
    เพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่มีค่าพอให้เสียสละ..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    มันปวดใจเมื่อได้เห็นคนที่คุณรักมีความสุขอยู่กับคนอื่น
    แต่มันจะเจ็บปวดกว่าที่ได้รู้ว่าเขาไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่กับคุณ..
     
    -----------------------------------------------------------
     
    December 11

    เค้าว่ากันว่า..

     

    1. เค้าว่ากันว่า . . . อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก

    2. เค้าว่ากันว่า . . . อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ แค่ปกมันสวย   เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป
     
    3. เค้าว่ากันว่า . . . คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้ เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จักอาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้
     
    4. เค้าว่ากันว่า . . . การชอบหนังสือสักเล่ม ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย
     
    5. เค้าว่ากันว่า . . . อย่ารู้สึกเสียดายเวลา กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่ แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไปเราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที


     

    December 06

    Angels

     
    I sit and wait
    Does an angel contemplate my fate
    And do they know the places where we go
    When we're gray and old
    'Cos I've been told that salvation lets their wings unfold
    So when I'm lying in my bed
    Thoughts running through my head and I feel that love is dead
    I'm loving angels instead
     
    Chorus :
    And through it all she offers me protection
    A lot of love and affection
    whether I'm right or wrong
    And down the waterfall
    Wherever it may take me
    I know that life wont break me
    When I come to call she won't forsake me
    I'm loving angels instead
     
    When I'm feeling weak and my pain walks down a one way street
    I look above and I know I'll always be blessed with love
    And as the feeling grows
    She breathes flesh to my bones
    And when love is dead
    I'm loving angels instead
    [Chorus]
     
    ---------------------------------------------------------------
     
    ฉันได้นั่งแต่นั่งรอ
    นางฟ้าเธอจะพิจารณาชะตาของฉันไหม
    พวกเธอจะรู้จักสถานที่ที่พวกเราจะไป
    เมื่อยามเราแก่เฒ่าไหม
    เพราะมีคนเคยบอกฉันว่าการช่วยให้คนอื่นพ้นภัยจะทำให้ปีกของพวกเธอสยาย
    เมื่อฉันนอนลงบนเตียง
    ความคิดต่างๆก็วิ่งเข้าสู่หัว และเมื่อฉันรู้สึกว่าความรักคงจะจบสิ้นแล้ว
    ฉันหลงรักนางฟ้าแทนแล้วล่ะ
     
    ไม่ว่าจะเจอปัญหามากเพียงใด เธอก็ปกป้องฉันมาตลอด
    ด้วยความรักและความเอ็นดูอันมากมาย
    ไม่ว่าฉันจะถูกหรือผิดเพียงใด
    ถึงแม้จะตกสู่น้ำตก
    ซึ่งอาจจะพัดพาฉันไปที่ไหนๆ
    ฉันก็ยังอุ่นใจว่าชีวิตฉันคงจะไม่เป็นไร
    ทุกครั้งที่ฉันเรียกหานางฟ้า เธอก็ไม่เคยจะทอดทิ้งฉันเลย
    ฉันหลงรักนางฟ้าแทนแล้วล่ะ
     
    เมื่อฉันรู้สึกถึงความอ่อนแอและความเจ็บปวดที่ย่างกรายเข้ามา
    ฉันมองไปยังเบื้องบนและรู้ว่าฉันคงจะได้รับการปกป้องด้วยความรักเช่นเคย
    และเมื่อความรู้สึกต่างๆได้ก่อตัวขึ้น
    เธอเสกเอาเลือดเนื้อมาใส่กระดูกของฉัน
    และเมื่อความรักที่เจ็บปวดได้สูญสลายไป
    ฉันหลงรักนางฟ้าแทนแล้วล่ะ
     
    -------------------------------------------------------------------------------
    ขอบคุณเพลงโดนใจนี้ชื่อ "Angels" ของศิลปิน "Robbie Williams" แปลและเรียบเรียงโดย "โจโจ้ วิทยา"
    December 04

    ความคิดเชิงบวก..

     

    ในวันนี้..

    ฉันจะเป็นมิตรกับทุกคนที่ทำงานด้วยให้มากที่สุด

    จะปฏิบัติเสมือนหนึ่งว่าคนเหล่านั้นมีส่วนให้ฉันได้ทำงานที่นี่ต่อไป

    และขอขอบคุณที่มีพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน


    ในวันนี้..

    ฉันจะไม่ทำตัวเป็นคนช่างตำหนิติเตียน

    จะพยายามมองเห็นข้อดีในทุกสถานการณ์

    และหาข้อดีมาชมเชยทุกคนในที่ทำงานด้วย


    ในวันนี้..

    ฉันจะไม่ยืนกรานว่าทุกสิ่งฉันทำ จะต้องสมบูรณ์เพียบพร้อม

    จะไม่พยายามทำลายสถิติความเร็วใดๆ

    จะทำงานทุกอย่างตรงหน้าเต็มกำลังความสามารถ

    แต่ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกบีบคั้นจนทุกข์ทรมาน


    ในวันนี้..

    ฉันคิดว่าตนเองมีความสามารถพอที่จะทำงานในความรับผิดชอบ

    จะไม่มัวมาตั้งคำถามอย่างไม่จบสิ้นว่า มีตำแหน่งที่เหมาะสม

    และได้รับคุ้มค่าเหนื่อยแล้วหรือ


    ในวันนี้..

    ฉันจะรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้อยู่ในสังคมและยุคสมัย

    ที่ไม่ต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ ในสภาพอันโหดร้ายทารุณ

    และขอบคุณที่ได้อยู่ในประเทศเสรี ที่ไม่มีใครมากะเกณฑ์ใช้งานได้


    ในวันนี้..

    ฉันจะรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงาน

    และสุขกายสบายใจที่ไม่ต้องออกไปต่อสู้ในสนามรบ

    หรือเจ็บป่วยจนต้องรอเข้าห้องผ่าตัด


    ในวันนี้..

    ฉันจะไม่คาดหวังให้ใครมาทำดีกับฉัน

    จะไม่เปรียบเทียบรายได้หรือสถานภาพ

    ของตนเองกับผู้อื่น จะพอใจอย่างที่ฉันเป็นอยู่


    ในวันนี้..

    ฉันจะไม่คอยเป็นห่วงว่า “แล้วฉันจะได้อะไรจากงานนี้”

    จะคิดเพียงว่า วันนี้ฉันจะเข้าไปมีส่วนช่วยในเรื่องต่างๆได้อย่างไรบ้าง


    ในวันนี้..

    เมื่อฉันออกจากที่ทำงานฉันจะไม่มัวครุ่นคิดว่าได้ทำงานไปมากแค่ไหนหรือยัง

    ทำอะไรไม่เสร็จ แต่จะนึกถึงเวลาค่ำที่รออยู่

    และรู้สึกขอบคุณสำหรับงานที่ทำสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


    หมายเหตุ : เป็นบทแปลและเรียบเรียงจากข้อเขียนของ นอร์แมน วินเซนต์ พีล

    จากหนังสือเรื่อง “ความคิดเชิงบวก”

    December 02

    บทกวีของสายลม สำหรับผู้ที่กำลังท้อแท้..

     
    เธอเศร้าอยู่หรือ...คนดี
    มานั่งตรงนี้สิ
    พิงตัวซบตรงไหล่
     
    เราปิดไฟหมดแล้ว..
    เหลือแต่ความมืดมิด
    มองไปบนท้องฟ้าสิ
    ดาวดวงหนึ่งที่กระพริบแสงอยู่มุมด้านซ้ายมือ
     
    อย่าเสียใจไปเลย
    ที่วันนี้เราไม่อาจมองเห็น
    ดาวนับพันดวง
    ที่สว่างไสวไปทั่วฟ้า
    โลกเราก็เป็นแบบนี้
    มีวันมืดมิดและสว่าง
     
    เธอเหนื่อยอย่างนั้นหรือ
    โลกหมุนเร็วเกินไปหรือเปล่า
    คิดถึงวัยเยาว์อย่างนั้นหรือ
    โลกที่ยังไม่เจ็บปวด และเสียใจ
    โกรธใครอยู่อย่างนั้นหรือ
     
    อดีตของเรา ก็ล้วนยังเป็นของเรา
    ภาพที่ไม่อาจหวนคืน หรือ ย้อนกลับ
    สิ่งที่จำได้ไม่หมด เราก็วาดไว้ในความทรงจำ
    เธอวาดเหล่านั้น ด้วยสีอะไร?
     
    ลองมองฝ่าความมืดออกไปสิ
    มีถนนหลายสายรอเราอยู่ข้างนอก
    ขยับมาใกล้ฉันหน่อย
    จับมือฉันไว้
    ฉันรู้ คืนนี้มืดมิดเกินไป
    ถนนทุกสาย ช่างดูอ้างว้าง โดดเดี่ยว
    ปลายทางที่ไกลขนาดนั้น
    รอให้ฟ้าสว่างหน่อยจะเป็นไร
     
    เธอเสียใจอยู่หรือคนดี
    ไม่ต้องเล่าให้ฉันฟังก็ได้
    หลับตาสิ แล้วฟังเสียง
    ใบไม้พัดจากสายลม แมลงพูดคุยกันอยู่
    ดอกไม้กำลังหลับ และที่ไกลโพ้น
    บางคนก็ยังเดินทางอยู่
     
    เธอว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของใคร?
    ถ้าไม่ใช่ของเราทั้งหมด
    หยิบจับเอาไว้เถิด ความงามแห่งชีวิต
    แล้วทิ้งความทุกข์เอาไว้ระหว่างทางเสียบ้าง
    รอยยิ้มของเรา
    บางครั้งคนที่บังเอิญเห็น
    ก็ยังเผลอมีความสุข
     
    หลับไปเลยก็ได้นะ
    พิงกับไหล่ของฉันไว้
    ราตรีที่เจ็บปวดยาวนาน
    ถึงอย่างไรแล้ว
    ก็ยังมีวันสิ้นสุด..
     
    เธอเชื่อฉันไหม..